แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ใช่ผักทุกชนิดที่มี “รสขม” แล้วจะปลอดภัย เพราะบางครั้งความขมผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

กินไปเพียงไม่กี่คำ ชายคนหนึ่งเกือบเอาชีวิตไม่รอด
สื่อจีนเคยรายงานกรณีของชายคนหนึ่งในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน หลังรับประทานผักตระกูลแตงที่มีรสขมผิดปกติ
ไม่นานหลังจากกินเข้าไป เขาเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนอย่างหนัก และท้องเสียต่อเนื่อง
อาการรุนแรงจนหมดสติหลายครั้ง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
ไม่ใช่ครั้งแรก ครอบครัว 4 คนเคยป่วยพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าครอบครัวหนึ่ง 4 คนในประเทศจีน ต้องเข้าโรงพยาบาลหลังรับประทานอาหารที่ทำจากผักตระกูลแตงที่มีรสขมผิดปกติ
เด็กมีอาการปวดท้องเล็กน้อย แต่ผู้ใหญ่ที่กินในปริมาณมากกว่า มีอาการอาเจียนหลายครั้ง ท้องเสีย และอ่อนแรง
แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะทางเดินอาหารอักเสบจากสารพิษในอาหาร และต้องได้รับการรักษา

ทำไมผักบางชนิดถึงมีพิษ?
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ผักตระกูลแตงบางชนิด เช่น ฟัก บวบ แตงกวา อาจเกิดความผิดปกติระหว่างการเจริญเติบโต เช่น สภาพแวดล้อม ความเครียดของพืช หรือปัจจัยอื่น ๆ
ทำให้ปริมาณสารคิวเคอร์บิตาซินเพิ่มสูงขึ้น
หากได้รับมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการ เช่น
ปากแห้ง
เวียนศีรษะ
คลื่นไส้
อาเจียน
ปวดท้อง
ท้องเสียรุนแรง
ในบางกรณีอาจเกิดอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์
วิธีสังเกตง่าย ๆ ก่อนกิน
แม้ภายนอกอาจดูเหมือนผักปกติ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “รสขมผิดธรรมชาติ”

หากลองชิมแล้วพบว่า
ขมจัดผิดปกติ
มีรสแปลกกว่าที่เคยกิน
กลิ่นหรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป
ควรทิ้งทันที ไม่ควรเสียดายหรือนำไปปรุงต่อ เพราะการทำให้สุกไม่ได้หมายความว่าสารทุกชนิดจะหายไป
ไม่ใช่แค่ฟัก ผักเหล่านี้ก็ต้องระวัง
บวบ
ปกติบวบควรมีรสหวานอ่อน ๆ หากขมผิดปกติ ไม่ควรกินต่อ

แตงกวา ฟัก และผักตระกูลแตงอื่น ๆ
หากเก็บไว้นาน เสีย หรือมีรสเปลี่ยน ควรหลีกเลี่ยง
แตงบางชนิด
หากมีรสขมบริเวณขั้ว ควรตัดส่วนนั้นออก และตรวจสอบก่อนรับประทาน
จำไว้: ขมตามธรรมชาติกับ “ขมผิดปกติ” ไม่เหมือนกัน
อาหารบางชนิดมีรสขมเป็นปกติ เช่น มะระ แต่ถ้าเป็นผักที่ปกติไม่ควรขม แล้วอยู่ดี ๆ มีรสขมแรง ควรระวัง
บางครั้งการเสียดายอาหารเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ต้องเสียสุขภาพมากกว่าที่คิด.
