“ทักษิณ”ฉลุยผ่านพักโทษแล้ว หลังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรมประชุมด่านสุดท้าย รอปล่อยตัวคุมประพฤติออกจากเรือนจำฯ 11 พ.ค.69
ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา
โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญ คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เม.ย.69 เป็นระยะเวลา 7 เดือนกับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วันก็จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี และจะได้รับการพักโทษคมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.69 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 เม.ย. 69 ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานฯ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ฯลฯ

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ
ล่าสุด สื่อข่าวได้รับรายงานว่าภายหลังผ่านการประชุมไปกว่า 3 ชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยไม่ต้องติดกำไล EM เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัว
จากนั้นมติที่ประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้จะถูกส่งแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมรับทราบ และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบและเรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัวนายทักษิณเข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือนในวันที่ 11 พ.ค.69

ด้าน กรมราชทัณฑ์ มีเอกสารแถลงพักการลงโทษ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ใจความว่า ในวันที่ 29 เมษายน 2569 มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษครั้งที่ 4/2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณา ทั้งสิ้นจำนวน 9(20 ราย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ การพักการลงโทษกรณีปกติ จำนวน 85959 ราย ไม่เห็นชอบ จำนวน 49 ราย รอไว้ จ้านวน 2 ราย และเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย
โดยในจำนวนนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ
โดยมีเหตุผลให้ให้ได้รับการพักการลงโทษ ดังนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯได้มีการนำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ
ประกอบกับมีเหตุผลพิเศษสนับสนนการใช้ดุลยพินิจพิจารณาสามารถผ่อนปรนให้รับการพักการลงโทษด้วยเหตุผล มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย
ซึ่งนายทักษิณฯ จะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้นายทักษิณฯ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ